การเมือง
หนองบัวลำภูเร่งปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
วันศุกร์ ที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.53 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
จังหวัดหนองบัวลำภู เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและเป็นแหล่งศึกษาดูงานของจังหวัด มุ่งสู่การยกระดับความเข้มเเข็งชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 นายสุวิทย์ จันทร์หวร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า จังหวัดหนองบัวลำภูได้มีการจัดเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านถ้ำกลองเพล ณ กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านถ้ำกลองเพล หมู่ที่ 4 ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู โดยได้มอบหมายให้ นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมนางสุมิตรา บุญโสดากร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ นางรัตตินันท์ พัชรเรืองวงศ์ พัฒนาการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อม
นายสุวิทย์ จันทร์หวร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า การสร้างความเข้มเเข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นการสร้างความมั่นคงภายในที่ยั่งยืน กระทรวงมหาดไทยมีความตั้งใจที่จะ Change for Good เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เเละเเก้ไขในสิ่งผิด โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านถ้ำกลองเพล เป็นกิจกรรมโครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นการปรับปรุงถนนภายในพื้นที่กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ให้สามารถสัญจรไป-มา ได้สะดวก และอำนวยความสะดวกให้กับส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว และผู้ที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฯ เป็นหน่วยขอรับงบประมาณจากจังหวัดหนองบัวลำภู องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู แขวงทางหลวงชนบทฯ และองค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันออกแบบ กำหนดขอบเขตและสนับสนุนดำเนินการในด้านต่าง ๆ อีกด้วย ในกิจกรรมนี้ เป็นการดำเนินการตามหลักการ 3 ระดับ 5 กลไก 7 ภาคีเครือข่าย ทำให้เกิดความสามัคคีกันในชุมชนทำให้มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน (Ownership) ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความยั่งยืน
นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายสิริพงษ์ อินทรักษา หัวหน้าฝ่ายแผนงาน แขวงทางหลวงชนบทหนองบัวลำภู นายโกวิท ศรียอด นายเพิ่มพูล กมลคร ตัวแทนนายช่างจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมผู้แทน องค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน ผู้นำชุมชน และชาวบ้านถ้ำกลองเพลเข้าร่วมการประชุม บ้านถ้ำกลองเพล หมู่ที่ 4 ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู เป็น 1 ใน 30 ชุมชนเป้าหมายขับเคลื่อนตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของจังหวัดหนองบัวลำภู และเป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2565 มีสถานที่ขึ้นชื่ออย่างวัดถ้ำกลองเพล ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่น่าสนใจ เช่น ผ้ามัดหมี่ลวดลายเอกลักษณ์ของชุมชน เป็นต้น
นายสุวิทย์ จันทร์หวร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในโครงการฯ ดังกล่าว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือการปลูกผักและเก็บผักปลอดสารพิษในพื้นที่กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ขนาด 14 ไร่ ซึ่งนอกจากผักปลอดสารพิษแล้ว สถานที่แห่งนี้ ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “ต้นหม่อนพระราชทาน” อายุกว่า 40 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานให้กลุ่มทอผ้าบ้านถ้ำกลองเพล ได้ปลูกในที่ดินพระราชทานเพื่อเป็นต้นน้ำด้านวัตถุดิบให้กับกลุ่มทอผ้าดังกล่าว กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ มีสมาชิก 53 ครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ยวันละ 200-300 บาท/ครัวเรือน ปัจจุบัน ถนนบริเวณกลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ ถูกน้ำฝนเซาะเสียหาย ส่งผลให้การสัญจรไป-มาของทั้งกลุ่มเกษตรกร นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เป็นไปด้วยความยากลำบาก กลุ่มเกษตรกรจึงมีความต้องการให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวอย่างเร่งด่วน จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนงบประมาณของจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลโนนทันในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ ได้กำหนดวางแผนต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวและเป็นแหล่งศึกษาดูงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดต่อไป
“จังหวัดหนองบัวลำภู หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าว จะส่งผลประโยชน์ให้แก่คนในชุมชนเเละคนในพื้นที่ในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งเเวดล้อม ที่สำคัญยังส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้ในทรัพยากรดิน ซึ่งตลอดทั้งปีนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่กระทรวงมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน จึงได้มีการจัดกิจกรรมโดยให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในทรัพยากรดินตามแนวทางที่ FAO กำหนด ซึ่งมีทั้งกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ การเสวนา การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การทดลองฝึกปฏิบัติ ณ แปลงโคก หนอง นา กิจกรรมการเดินวิ่ง เพื่อรณรงค์ กิจกรรมประกวดภาพถ่าย เป็นต้น เพื่อร่วมส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ เเละฟื้นฟูทรัพยากรดินให้ประชาชนคนไทย และประชาคมโลกได้หันมาเห็นความสำคัญเเละดูเเลดินมากขึ้น ตามเเนวคิด Soils, where food begins. หรืออาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน ซึ่งจะเป็นสารตั้งต้นสู่ความมั่นคงทางอาหาร ความเข้มเเข็งของเศรษฐกิจฐานราก ขยายผลสู่ประเทศไทยที่มั่นคง และยั่งยืนอย่างเเท้จริง” ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่